Wednesday, April 2, 2014

12. สำนวน give somebody the creeps



กลับมาที่เรื่องของสำนวนกันอีกครั้ง วันนี้มีสำนวนหนึ่งมาฝากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ กันครับ
สำนวนที่ผมจะเอามาฝากวันนี้คือ "give somebody the creeps" โดยความหมายของสำนวนนี้ตาม Oxford dictionary คือ "To make somebody feel nervous and slightly frightened" หรือแปลเป็นภาษาไทยก็คือ "ทำให้ใครสักคนรู้สึกประหม่าหรือแอบกลัวเล็กๆ"

ตัวอย่าง

This old house gives me the creeps! บ้านหลังเก่านี้้ทำให้ชั้นกลัวยังไงบอกไม่ถูก


อ้างอิง Oxford Advanced Learner's Dictionary

11. ราศี และ ธาตุ



สวัสดีเช้าวันพุธครับ topic ที่ผมจะมาพูดถึงในวันนี้เป็นเรื่องของราศี (Zodiac) ทั้ง 12 ราศี และธาตุ(Element) ดิน (Earth) น้ำ (Water) ลม (Air) ไฟ (Fire) ผมเชื่อว่าคนไทยหลายๆ คนโดยเฉพาะสาวๆ มักจะมีความชอบในเรื่องของการดูดวงเป็นพิเศษ เรามาดูกันดีกว่าครับว่าราศีทั้ง 12 ราศีนั้นตรงกับธาตุอะไร ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร แล้วออกเสียงยังไง Let's go!


ราศีมังกร  (ดิน)
       








ชื่อภาษาอังกฤษคือ Capricorn ออกเสียงว่า

  1. British English : [ˈkæprɪkɔːn] ; ['แค๊พริคอน]
  2. American English : [ˈkæprɪkɔːrn] ; ['แค๊พริคอร์น]

ราศีกุมภ์  (ลม)




                   




ชื่อภาษาอังกฤษคือ Aquarius ออกเสียงว่า
  1. British English : [əˈkweəriəs] ; [เออะ'เคว้เออะริเอิส]
  2. American English: [əˈkweriəs] ; [เออะ'เคว้ริเอิส]
ราศีมีน (น้ำ)











ชื่อภาษาอังกฤษคือ Pisces ออกเสียงว่า
  1. British English: [ˈpaɪsiːz] ; ['ไพ้สิซ]
  2. American English: [ˈpaɪsiːz] ; ['ไพ้สิซ]
ราศีเมษ (ไฟ)









ชื่อภาษาอังกฤษคือ Aries ออกเสียงว่า
  1. British English : [ˈeəriːz] ; ['เอ้เออะริซ]
  2. American English : [ˈeriːz] ; ['เอ้ริซ]
ราศีพฤษภ (ดิน)








ชื่อภาษาอังกฤษคือ Taurus ออกเสียงว่า
  1. British English : [ˈtɔːrəs]; ['ท้อเริส]
  2. American English : [ˈtɔːrəs] ; ['ท้อเริส]
ราศีเมถุน (ลม)









ชื่อภาษาอังกฤษคือ Gemini ออกเสียงว่า
  1. ฺBritish English : ['dʒmɪnɑɪ], ['dʒmɪni] ; ['เจ้มินาย], ['เจ้มินิ]
  2. American English : ['dʒmɪnɑɪ], ['dʒmɪni] ; ['้เจ้มินาย], ['เจ้มินิ]

ราศีกรกฏ (น้ำ)









ชื่อภาษาอังกฤษคือ Cancer ออกเสียงว่า
  1. British English : [ˈkænsə] ; ['แค๊นเซอ]
  2. American English : [ˈkænsər] ; ['แค๊นเซอร์]

ราศีสิงห์ (ไฟ)









ชื่อภาษาอังกฤษคือ Leo ออกเสียงว่า
  1. British English : [ˈliːəʊ] ; ['ลี้เอิว]
  2. American English : [ˈliːoʊ] ; ['ลี้โอว]
ราศีกันย์ (ดิน)









ชื่อภาษาอังกฤษคือ Virgo ออกเสียงว่า
  1. British English : [ˈvɜːgəʊ] ; ['เว้อเกิว]
  2. American English : [ˈvɜːrgoʊ] ; ['เว้อร์โกว]
ราศีตุลย์ (ลม)









ชื่อภาษาอังกฤษคือ Libra ออกเสียงว่า
  1. British English : ['liːbrə] ; ['ลี้เบรอะ]
  2. American English : ['liːbrə] ; ['ลี้เบรอะ]
ราศีพิจิก (น้ำ)









ชื่อภาษาอังกฤษคือ Scorpio ออกเสียงว่า
  1. British English : [ˈskɔːpiəʊ] ; ['สก๊อพิเอิว]
  2. American English : [ˈskɔːrpioʊ] ; ['สก๊อร์พิโอว]
ราศีธนู (ไฟ)









ชื่อภาษาอังกฤษคือ Sagittarius ออกเสียงว่า
  1. British English : [ˌsædʒɪˈteəriəs] ; [แซจิ'เท้เออะริเอิส]
  2. American English : [ˌsædʒɪˈteriəs] ; [แซจิเท้ริเอิส]

อ้างอิง Oxford Advanced Learner's Dictionary

Tuesday, April 1, 2014

10. สำนวน Get a rise out of someone





คราวนี้ลองมาพูดเรื่องสำนวนกันบ้างดีกว่า พอดีนั่งท่อง Internet ไปเรื่อยๆ แล้วสะดุดเจอสำนวนที่ว่า "get a rise out of someone" แรกๆ ก็ลองแปลแบบมั่วๆ ดูแต่แปลๆ แล้วไม่ค่อย make sense เท่าไหร่เลยไปเปิด Oxford dictionary สุดที่รักดูเพื่อหาความหมายที่แท้จริง สรุปก็คือ

Get a rise out of someone = to make somebody react in an angry way by saying something that you know will annoy them, especially as a joke. (การยั่วให้ใครสักคนโมโหโดยการพูดหรือเล่นมุกที่คนๆ นั้นไม่ชอบ) 


ตัวอย่าง

It's really easy to get a rise out of him! (พูดยั่วโมโหเขานี่ง่ายจะตาย)


อ้างอิง Oxford Advanced Learner's Dictionary

9. How do you find America?



Post นี้ผมขอพูดถึงประโยคคำถามที่คนไทยหลายๆ คน ไม่เคยเอะใจมาก่อนว่าความหมายที่แท้จริงของมันคืออะไร ผมจะขอเล่าเรื่องสั้นๆ ที่ผมได้ฟังมาจากคนอื่นนะครับ

เรื่องมีอยู่ว่านักศึกษาคนหนึ่งสอบผ่านสอบข้อเขียนทุนไปเรียนต่อที่อเมริกา หลังจากสอบผ่านข้อเขียนทางสถานที่จัดสอบก็นัดนักศึกษาคนนั้นเข้าไปสัมภาษณ์ การสัมภาษณ์ก็เป็นไปได้ด้วยดีครับ จนกระทั้งผู้ัสัมภาษณ์(ชาวต่างชาติ) ถามว่า

Interviewer : How do you find America?
Student : America is a continent located within the Northern Hemisphere.


บางคนอ่านแล้วก็อาจจะคิดในใจว่าก็ไม่เห็นมีอะไรแปลกนี่ เขาถามอเมริกาอยู่ที่ไหนก็ตอบไปว่ามันเป็นทวีปอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร ถูกแล้วไม่ใช่หรอ??   จริงๆ แล้วผิดครับผม คำถามที่แท้จริงของคนสัมภาษณ์เขาก็คือ "คุณคิดอย่างไร/รู้สึกยังไงกับอมเริกา" ต่างหาก เพราะฉะนั้นคำตอบของนักศึกษาคนนั้นก็ควรจะเป็น "I think......" คิดยังไง รู้สึกยังไงก็ว่าไป

บางคนอาจจะถามว่า "อ่าว งี้ก็แสดงว่าประโยคคำถามที่ว่า คุณเจออะไรยังไง กับ คุณคิดยังไงในภาษาอังกฤษก็ใช้คำถามเดียวกันน่ะสิ" คำตอบคือ "ไม่ครับ"  เวลาเราจะถามว่าคนนั้นคนนี้หาอะไรเจอได้ยังไงนั้นเราจะใช้ว่า "How did you find....?" ยกตัวอย่างเช่น        

A : How did you find your wallet? (เจอกระเป๋าสตางค์ได้ไงวะ?)
B: I forgot that I'd left it in my bedroom. (กูลืมไปว่าทิ้งเอาไว้ในห้องนอน)

สาเหตุที่ใช้ past tense ก็เพราะว่าการที่ A หากระเป๋าสตางค์เจอมันเป็นอดีตไปแล้ว และตอนที่ B ถามคือ A กำลังถือกระเป๋าสตางค์อยู่ในมือ


ใครมีข้อสงสัยอะไร ไม่เข้าใจตรงไหน หรือ ผู้สอนอธิบายอะไรผิดไป comment ได้เลยนะครับ








8. สุภาษิต What goes around comes around


สวัสดีครับ หลังจากที่อ่านเรื่องของการออกเสียงภาษาอังกฤษไปเยอะ ผมเองก็กลัวเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ จะเบื่อกัน ดังนั้น post นี้ผมเลยขอพูดเรื่องสำนวนภาษาอังกฤษบ้างละกันนะครับ  สำนวน "What goes around comes around"  ที่ทุกคนเห็นอยู่ในรูปด้านบนพร้อมกับรูปสุนัขที่โดนน้ำฉีดใส่หน้า เห็นรูปแล้วพอจะเดากันได้มั้ยครับว่าสำนวนนี้มีความหมายว่าอะไร??? ติ๊กต่อก ติ๊กต่อกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

สำนวน "What goes around comes around" มีทั้งหมดสองความหมายด้วยกัน ความหมายแรกมีความหมายเหมือนสำนวนไทยว่า "กงกรรมกงเกวียน" หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ใครทำอะไรก็จะได้อย่างนั้น (ดังตัวอย่างรูปด้านบน)

ความหมายที่สอง เราจะใช้สำนวนนี้เวลาจะพูดถึงสิ่งของหรืออะไรก็ตามที่ปัจจุบันล้าสมัย แต่ว่าจะกลายเป็นที่นิยมในอนาคต

อ้างอิง Oxford Advanced Learner's Dictionary

Monday, March 31, 2014

7. ออกเสียง Amazon


คำว่า "Amazon" ที่คนไทยส่วนใหญ่ชอบอ่านกันว่า [อะเมซอน] จริงๆ แล้วออกเสียงว่า


  1. British English : [ˈæməzən] ; ['แอ๊เมอะเซิน]
  2. American English : [ˈæməzən], ['æməzɑːn] ; ['แอ๊เมอะเซิน] , ['แอ๊เมอะซาน]


อ้างอิง Oxford Advanced Learner's Dictionary

6. ออกเสียง Debris



ถ้าใครติดตามข่าวเรื่องเครื่องบิน Malaysia ที่หายไปจากข่าวต่างประเทศจะเห็นคำว่า "debris" ที่แปลว่า "ซากปรักหักพัง" บ่อยๆ คำๆ นี้เชื่อว่าคนไทยหลายๆ คนต้องอ่านว่า [เดบริส] อย่างแน่นอน แต่แท้จริงแล้วคำนี้ถ้าให้ถูกต้องต้องออกเสียงว่า
  1. British English : [ˈdebriː], ['deɪbriː] ; ['เด้บรี]
  2. American English : [dəˈbriː] ; [เดอะบรี]


หรือพูดภาษาชาวบ้านก็คือไม่ออกเสียง /s/ นั้นเอง

อ้างอิง Oxford Advanced Learner's Dictionary

5. ออกเสียง Leopard







คำว่า "Leopard" ที่แปลว่า "เสือดาว" ถ้าจะออกเสียงให้ถูกต้องต้องออกว่า

  1. British English : ['lepəd] ;[เล๊ะเผิด]
  2. American English : ['lepərd] ; [เล๊ะเผิร์ด]


อ้างอิง Oxford Advanced Learner's Dictionary

4. ออกเสียง Menu



คำง่ายๆ ที่คนไทยพยายามพูดเท่าไหร่แล้วฝรั่งก็ไม่เข้าใจคือคำว่า "menu" ที่แปลว่า "เมนูอาหาร" คำๆ นี้ถ้าจะออกเสียงให้ถูกต้องต้องออกว่า


  1. British English : ['menju] ; [เม๊นยุ]
  2. American English : ['menju]; [เม๊นยุ]

**สำหรับคำนี้ออกเสียงเหมือนกันทั้ง British และ American

อ้างอิง Oxford Advanced Learner's Dictionary

3. British vs American English



Post นี้จะกล่าวถึงเรื่องความแตกต่างระหว่าง British และ American English ถามว่าทำไมผมต้องเขียนเรื่องนี้ สาเหตุก็เพราะโดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญในระดับหนึ่ง ภาษาอังกฤษทั้งสองแบบที่กล่าวไปนั้นจริงๆ ก็ไม่ได้มีความแตกต่างอะไรมากจนถึงขั้นเป็นคนละภาษากัน แต่ทั้ง British และ American English ต่างก็มีจุดที่แตกต่างกันที่ผู้เรียนควรที่จะรู้ไว้

บางคนเข้าใจว่าภาษาอังกฤษมีเพียงแค่ British กับ American แต่ในความเป็นความจริงแล้วภาษาอังกฤษมีเป็นร้อยๆ แบบครับ ไม่ว่าจะเป็น Singaporean English, Indian English, Canadian English, Barbadian English ฯลฯ ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีคำศัพท์หรือแกรมม่าในแบบของตัวเอง หรือแม้แต่กระทั้งใน America หรือ ใน England เอง คนแต่ละท้องถิ่นก็มีสำเนียงและศัพท์ที่ใช้เฉพาะในท้องถิ่นของตัวเอง คล้ายๆ กับบ้านเราที่มีทั้งภาษาเหนือ ภาษากลาง ใต้และอีสาน

มาเริ่มกันเลยดีกว่า!


  • Differences in stress   ความแตกต่างในเรื่องของการเน้นพยางค์ (ในบางคำ)  


(คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)


อธิบาย
ตัวที่ถูก highlight สีแดง แสดงให้เห็นพยางค์ที่ได้รับการเน้น (stress) เราจะเห็นว่าทั้ง British และ American มีการเน้นพยางค์ที่ไม่เหมือนกัน


  • Difference in word ending (-ile) คำที่ลงท้ายด้วย [-ile] ออกเสียงต่างกัน



(คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)


อธิบาย
British จะออกเสียงเป็น [-ายเยิล]  ตามตัวสะกด  ในขณะที่ American จะออกเป็น [เ-ิล]



  • Difference in the sound of [a] (some words)  ออกเสียงตัว [a] ต่างกันในบางคำ



(คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)

อธิบาย
British จะออกเป็นเสียง [อา] ในขณะที่ American จะออกเป็นเสียง [แอ]

  • Difference in the sound of [r] ออกเสียงตัว [r] ที่อยู่กลางคำ/ท้ายต่างกัน
 

(คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)

อธิบาย
เสียง [r] ตรงกลางคำหรือท้ายคำของ British จะหายไป หรือจำง่ายๆ ก็คือเสียง [r] จะหายไปเมื่อตามหลัง vowels ในขณะที่ของ American ยังมีอยู่ไม่ว่า [r] จะอยู่ตำแหน่งไหนก็ตาม


  • Difference in -ization ending ต่างกันตรงคำที่ลงท้ายด้วย -ization


(คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)

อธิบาย
British จะเขียน+ออกเสียงด้วย -isation ในขณะที่ American ใช้ -ization



  • The difference in 'T' sound in the middle of the words ออกเสียงตัว 'T' กลางคำต่างกัน



(คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)


อธิบาย
British English จะอ่านเป็นเสียง /t/ ตามตัวสะกด แต่ American ออกเป็นเสียง /d/  เช่น better British ออกเป็น ['เบทเทอะ] แต่ American เป็น ['เบดเดอร์] 


  • The difference in some words ความหมายเหมือนกัน แต่ใช้คำใช้ต่างกัน


(คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)



สำหรับคนที่อ่านแล้วยังไม่เข้าใจสามารถคลิกไปดูหรือฟังเสียงตาม Links เหล่านี้ได้เลยนะครับ





Oxford Advanced Learner's Dictionary Link


ถ้าใครมีข้อสงสัยอะไร ไม่เข้าใจตรงไหน หรือผู้เขียนอธิบายอะไรผิดไป comment ได้เลยนะครับ